เลี้ยงลูกในตู้…ตอนที่ 2 “สู้กับมัจจุราชร้าย”

เจ้าหน้าที่จากห้องผ่าตัดกำลังเข็นรถ พาอากิเข้าห้องผ่าตัด ขณะนั้นเวลาประมาณ 4 โมงเย็น

แววตาอากิ มองดิฉัน เหมือนกำลังจะบอกว่า

แม่ครับ…เค้าจะพาหนูไปไหน  หนูอยากกลับบ้านจัง

ดิฉันรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี  ส่งผ่านอากาศไปให้อากิพร้อมบอกกับอากิในใจว่า…

ลูกรัก..ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  แม่สัญญาว่า แม่จะต้องพาลูกกลับบ้านให้ได้ เราสามคนจะต้องอยู่ด้วยกัน

ไม่มีอะไรมาแยกเราแม่ลูกจากกันได้ 

อากิต้องสู้นะลูก  แม่จะสู้ สู้กับทุกๆ อย่าง แม้มันจะหนักแค่ไหน  ถึงมันจะเป็นมัจจุราชร้าย 

แม่จะเอาความดีทั้งหมดต่อสู้กับมัน  เราสองแม่ลูกจะต้องชนะมัน!!!

ดิฉันมั่นใจว่าอากิสามารถรับรู้  สิ่งที่ดิฉันกำลังสื่อกับเค้าได้…

คุณหมอใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 50 นาที ในห้องผ่าตัด

ดิฉันไม่เห็น  ตอนที่อากิออกมาจากห้องผ่าตัด  เพราะเป็นลมล้มไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้

รู้สึกตัวอีกครั้งตอนประมาณ 6 โมงกว่า ๆ

ลูกออกมาจากห้องผ่าตัดแล้วครับ คุณไม่ต้องกังวลนะ ลูกปลอดภัยแล้ว

แต่ดิฉันรู้อยู่ในใจว่า สามีให้กำลังใจมากกว่า

ถึงไม่ใช่หมอ ก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องแบบนี้ มันจะต้องมี Process อะไรบ้าง

เพื่อนๆ ญาติๆ  ต่างพากันมาเยี่ยมอากิที่โรงพยาบาล

มีญาติผู้ใหญ่สองคน ที่ไม่อาจจะลืมพระคุณได้เลยตลอดชีวิต

คือคุณยายเล็กของอากิและคุณป้าเปิ้ล (คุณน้าทั้งสอง ทำงานอยู่ในแวดวงการแพทย์และพยาบาล)

จึงให้คำปรึกษาและกำลังใจที่ดีมาก

ดิฉันนั่งเหมือนคนหมดอะไรตายอยาก  อยู่ในห้องอาหารของโรงพยาบาลพร้อมกับคุณน้าทั้งสอง

“ลูกจะรอดหรือไม่รอด อยู่ที่แม่นะ” เสียงน้าเล็ก (น้าสาวพูด)

น้าเล็กเล่าเรื่องของชายพิการคนหนึ่งที่ไม่มีแขนไม่มีขา ให้ดิฉันฟัง

เค้าคือ โอโตทาเกะ ฮิโรทาดะ ชาวญี่ปุ่น เป็นคนพิการที่มีชื่อเสียง

เป็นคุณครู เป็นนักเขียนด้านการกีฬา  และเดินทางไปช่วยเหลือคนพิการทั่วโลก…

“เค้าเกิดมาไม่มีแขนไม่มีขานะ …..  เขียนในหนังสือไม่ครบห้าว่า 

ตอนที่เค้าได้เกิดจริงๆ ไม่ใช่วันที่เค้าเกิด +++ แต่มันเป็นวันที่แม่ยอมรับเค้า เลี้ยงดูเค้าด้วยความรัก ความอบอุ่น ต่างหาก

แม่ไม่ได้ทำให้โอโต รู้สึกว่า  ด้อยกว่าคนอื่นแต่อย่างใด

จนเค้าประสพความสำเร็จในที่สุด   “คิดดูสิมุ้ย  มันยากแค่ไหนสำหรับแม่ของโอโตน่ะ” 

“และมุ้ยล่ะได้พยายามทำอะไรเพื่ออากิบ้างหรือยัง”

อากิเค้าเกิดมาครบถ้วนทุกอย่าง  เพียงแต่ตอนนี้เค้ากำลังป่วยเท่านั้นเอง เวลามุ้ยร้องไห้น่ะ อากิเค้ารับรู้ได้นะ

จบประโยคนั้นดิฉันรวบรวมพลังกายพลังใจอีกครั้ง  หยุดร้องไห้ ตั้งสติใหม่

คิดว่าจะสู้กับมัจจุราชร้ายนั้นได้อย่างไร…ทุกอย่างอยู่ที่เรา เราจะต้องช่วยลูก

คุณน้าทั้งสองช่วยแนะนำศุนย์อนุบาลเด็กคลอดก่อนกำหนด ที่วชิรพยาบาล

ที่นี่จะมีทีมแพทย์และพยาบาลที่เชี่ยวชาญใน case ของเด็กคลอดก่อนกำหนด

ดิฉันและสามีจึงตัดสินใจย้ายอากิไปรักษาต่อที่นั่น…

ด้วยความอนุเคราะห์ของน้าเปิ้ล (อรุณศรี) และนพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพฆัค  ที่กรุณาจัดหาเตียงให้อากิ

และเซ็นต์รับตัวอากิจากรพ.วิชัยยุทธ  เพราะตอนนั้นย้ายไปที่ไหนคงไม่มีโรงพยาบาลไหน

อยากรับลูกเรา เพราะเค้าอาการหนักมาก…

รถพยาบาลเทียบเข้าจอด  บริเวณจุดรับผู้ป่วยในของวชิรพยาบาล

เจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายอากิลงจากรถพร้อมกับ นางพยาบาลที่นั่งมาด้วย

ดิฉันภาวนาในใจ  ขอให้ทุกอย่างราบรื่น ขอให้อากิปลอดภัย…

ช่วยระวังหน่อยนะคะ…ดิฉันกลัวลูกจะกระทบกระเทือน เพราะเค้าเพิ่งผ่านจากการผ่าตัดมาได้ไม่กี่วันเองค่ะ

ดิฉันเข็นลูกไปยังห้องพักพร้อมกับเจ้าหน้าที่…

น้ำตาเจ้ากรรมมาจากไม่รู้…ไหลพรากอย่างไม่ขาดสาย  เหมือนกับฝน ที่ตกหนักไม่มีทีท่าว่าจะหยุดซักที

ต้องไม่ร้องไห้   ต้องไม่ร้องไห้   ดิฉันบังคับความรู้สึกตัวเอง เพราะกลัวว่าอากิจะรู้…

พยาบาลและคุณหมอเตรียมพร้อมรับตัวอากิ…

ที่นี่อาจจะไม่สะดวกสบายนะคะคุณแม่  เราต้องบอกก่อน  เด็กที่นี่เยอะมาก

เราจะเน้นให้คุณแม่มาดูแลลูกเองในตอนกลางวัน  เพราะมีเจ้าหน้าที่น้อย  (พยาบาลหัวหน้าตึกพูด)

 ไม่เป็นไรค่ะ ขอให้ลูกเราปลอดภัยก็พอ…

คุณพ่อ คุณแม่ต้องทำใจด้วยนะคะ  เพราะน้องอาการค่อนข้างหนักมาก (พญ.ปนัดดา คุณหมอเจ้าของไข้พูด)

วันที่อากิย้ายโรงพยาบาล  น้ำหนักเหลือแค่ 1.1 กก. เท่านั้นเองค่ะ…

ฝากดูแลน้องอากิด้วยนะคะ  พรุ่งนี้คุณแม่จะรีบมาแต่เช้าค่ะ…

คืนนั้นดิฉันกลับมาบ้านพร้อมกับสามี  เราสองคนนั่งกอดกันร้องไห้… 

ร้องให้กับโชคชะตา ร้องให้กับฝันร้าย ร้องให้กับมัจจุราชร้าย ที่ทำร้ายลูกเรา…

เราต้องสู้นะที่รัก  ผมเป็นห่วงความรู้สึกคุณมาก  คุณยังไม่แข็งแรง  ต้องดูแลตัวเองด้วยนะ (สามีพูด)

ดิฉันรู้ดีว่า…ความเจ็บปวดในใจเค้า  ไม่ต่างอะไรกับความเจ็บปวดในใจของดิฉันเลย…

เพียงแต่  คำว่า “พ่อ”  มันบังคับให้เค้าต้องเข้มแข็ง ต้องยืดอกรับกับปัญหา +++

“คุณคือพ่อและสามีที่สมบูรณ์แบบ…ที่สุดเลยค่ะที่รัก”

ในที่สุดเราพ่อแม่ลูก ก็เอาชนะมัจจุราชร้ายได้ อย่างราบคาบ

พลังความรัก ความศรัทธาของเรา 3 คนพ่อแม่ลูก…ยิ่งใหญ่ทรงพลัง จนมัจจุราชร้ายต้องถอยหนีไป

อากิครับ…เราชนะแล้วครับลูก  ความรักของแม่และปะป๊า จะสร้างโลกที่สวยงามให้อากินะครับ

ขอขอบพระคุณ…นพ.พงษ์ศักดิ์ น้อยพฆัค ทีมแพทย์และพยาบาลศูนย์อนุบาลเด็กคลอดก่อนกำหนด

                   วชิรพยาบาบที่กรุณา ช่วยเหลือและดูแลน้องอากิเป็นอย่างดี 

                   น้าเปิ้ล น้าเล็ก เราสามคนจะระลึกถึงพระคุณนี้ ไปตลอดชีวิตค่ะ

2 Responses to “เลี้ยงลูกในตู้…ตอนที่ 2 “สู้กับมัจจุราชร้าย””

  1. mamy nongkim Says:

    อ่านแล้วรู้สึกดีจังค่า แต่ คอนเวอร์ ท้ายๆ ชักจะเป็นเลิฟ ซีนนะจ๊ะ “ที่รัก” 555(เอ๊…แล้วจะมีตอนไปนอนเฝ้าน้องที่ ร.พ.หรือเปล่าหนอ)

    แม่น้องขิม

  2. ning Says:

    ซาบซึ้งสุดๆ ค่ะ ยินดีด้วยนะคะที่ผ่านเหตุการณ์ร้ายๆ มาได้ ครอบครัวเข้มแข็ง จะสามารถผ่านเรื่องร้ายๆ ไปได้ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: