เลี้ยงลูกในตู้…ตอนที่1 “หัวใจแม่แทบสลาย”

หลังจากที่อากิ คลอดออกมาได้ ประมาณ 9 วัน  ซึ่งขณะนั้นน้ำหนักลดลงจากวันที่คลอดเหลือประมาณ 1,200 กรัมเศษ ๆ  คุณหมอที่เป็นแพทย์เจ้าของไข้ของอากิแจ้งว่า

 ลูกเราต้องผ่าตัดด่วน…

ดิฉันจำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่ 2 ที่ได้อยู่ไฟแบบแพทย์แผนไทยโบราณ   เช้าตรู่วันนั้นมีสายโทรศักพ์จากโรงพยาบาล แจ้งขอให้สามีเข้าไปที่โรงพยาบาลโดยด่วน

เค้ารีบขับรถออกไป ด้วยสีหน้าที่มีความกังวลมาก  และพูดกับดิฉันว่า…ไม่ต้องห่วงลูกนะจ๊ะ   ผมจะไปดูลูกซักหน่อย…คุณพักผ่อนให้สบายนะ…อีกไม่กี่วันลูกก็จะได้กลับบ้านแล้ว

ระหว่างนั้นดิฉันรู้สึกกังวลมาก ได้แต่คิดว่าลูกจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า ทำไมโรงพยาบาลโทรมาแต่เช้าเลย????

ระหว่างที่หมอแพทย์แผนไทยโบราณ กำลังง่วนกับการนวดประคบอยู่นั้น อยู่ดี ๆ ดิฉันก็ร้องไห้โฮออกมา ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร 

รู้แต่ว่าใจหาย…คิดถึงแต่อากิ

ฉันรีบเร่งให้หมอนวดประคบให้เสร็จเร็วๆ  จาก 6 ชม.ที่จะจบขั้นตอน  เร่งให้เร็วขึ้นเป็น 3 ชม.

หลังจากอยู่ไฟเสร็จเรียบร้อย ดิฉันรีบนั่งรถแท็กซี่  ไปที่โรงพยาบาลทันที

ระหว่างขึ้นลิฟไปยังห้องพักของอากิ  ดิฉันพบคุณหมอเจ้าของไข้ของอากิ พร้อมกับ คุณหมออีกท่านหนึ่ง 

คุณหมอมองดิฉันแล้วยิ้มแห้ง ๆ พร้อมกับพูดว่า “สวัสดีครับคุณแม่”

ดิฉันยิ้มให้คุณหมอและถามว่าอากิเป็นอย่างไรบ้างคะ…คุณหมอตอบว่า เดี๋ยวเรารอคุณพ่อ แล้วผมจะคุยให้ฟังนะครับ

….ลิฟขึ้นถึงชั้น 4 ซึ่งเป็นชั้นที่อากิพักอยู่…เมื่อออกจากลิฟดิฉันเห็นสามียืนเกาะกระจกหน้าห้องอนุบาลเด็กอ่อน กำลังมองดูอากิ ที่กำลังนอนอยู่ในตู้อบ…

สายตาของอากิตอนนั้นเค้าดูเหนื่อยมาก  อากิมองดิฉันด้วยแววตาเหมือนกำลังบอกว่า…แม่ครับ อากิเหนื่อยจังเลย

น้องต้องเข้าผ่าตัดโดยด่วนครับ!!!

ดิฉันทรุดตัวลงทันทีเมื่อคุณหมอพูดประโยคนั้นจบ  หูอื้อ  ตาพล่ามัว  สมองตื้อ คิดอะไรไม่ออกเลย

คุณหมอยังพูดต่ออีกว่า “ผ่าตัดเอาสายน้ำเกลือออก”  คุณผู้อ่านคงจะงงใช่ไหมคะ ว่าสายน้ำเกลือมันมาเกี่ยวอะไร

มันคือสายน้ำเกลือที่คุณหมอแทงเพื่อให้สารอาหารทางสายสะดือ  และมันไหลไปตามเส้นเลือดใหญ่  จนไปอยู่บริเวณเยื้อหุ้มหัวใจในที่สุด

(ซึ่งในเด็กคลอดก่อนกำหนดส่วนใหญ่ ต้องใส่สายน้ำเกลือเพื่อให้สารอาหารทางสายสะดือค่ะ)

มันอยู่บริเวณเยื้อหุ้มหัวใจห้องขวาบน   “”””มันไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไร”””” 

ทุกวันนี้ยังไม่มีใครสามารถให้ความกระจ่างกับคำถาม???  นี้แก่ดิฉันได้เลย

 ซึ่งก่อนหน้านี้ ประมาณ 5 วัน อากิมีอาการหายใจเร็ว…เหนื่อยหอบต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

คุณหมอเจ้าของไข้ บอกดิฉันว่า…เป็นสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย  ทำให้มีน้ำบริเวณเยื้อหุ้มหัวใจ จึงเป็นผลให้เค้าหายใจเร็วและดูเหนื่อยๆ

คุณหมอหัวใจ (คุณหมอสุเทพ จากรพ.รามา ที่รพ.เชิญมาปรึกษา)  ทำการดูดน้ำในเยื้อหุ้มหัวใจออก เป็นเวลา 4-5 วัน ที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำ ๆ

จนมาพบสาเหตุจริง ๆ ในวันนี้ว่า…เป็นเพราะสายน้ำเกลือเจ้ากรรมนั่นเอง

โถลูกแม่…หนูตัวเล็กนิดเดียวเอง ต้องผ่าตัดแล้ว…

แม่อยากเจ็บแทนลูก  แม่อยากเป็นแทนลูก พลังกายและกำลังใจทั้งหมดของแม่มอบให้อากินะครับลูกรัก

อากิคือสิ่งที่มีค่าที่สุดของชีวิตแม่…อากิต้องหาย…อากิต้องสู้กับมันนะลูก 

ดิฉันได้แต่พร่ำคนเดียวอยู่ในห้วงของความคิดคำนึงว่า…ลูกจะเป็นอย่างไร จะเจ็บไหม

ผมคงใช้เวลาประมาณ 45 นาทีนะครับ  ผมเตรียมเครื่องมือผ่าตัดสำหรับเด็กเล็กมาด้วยครับ

และจะเชิญทีมวิสัญญีแพทย์จากโรงพยาบาลรามา ที่เชี่ยวชาญในการให้ยาสลบเด็กเล็กครับ…

ถ้าสายน้ำเกลือไม่ได้แทงเข้าไปในหัวใจก็นับว่าโชคดี  แต่ผมจะใส่สายเพื่อระบายเลือดออกจากบริเวณนั้นไว้ด้วย

ภายใน 2-3 วัน ถ้าไม่มีเลือดออกมาก็คงไม่ต้องผ่าตัดอะไรเพิ่ม ผมจะดึงสายออก

แต่ถ้ามีเลือดออกก็แสดงว่า…(คุณหมอปิยะพูด)

ตอนนั้นดิฉันฟังอะไรแทบไม่รู้เรื่อง…เดินไปบีบมือคุณหมอแน่นและบอกว่า…

คุณหมอคะ…ชีวิตน้องอากิขึ้นอยู่ที่คุณหมอนะคะ…

ขอให้ดิฉันได้มีโอกาสพาลูกกลับบ้านและดูแลเค้าตามหน้าที่ของแม่คนหนึ่ง  ที่ควรจะเป็น…

จริงๆ แล้วดิฉันอยากจะพูดอะไรมากกว่านั้น  อยากบอกว่า อากิสำคัญกับดิฉันมากเพียงไร 

อยากบอกว่าคุณหมอพลาดไม่ได้นะคะ อยากก้มลงกราบขอความช่วยเหลืออย่างสุดชีวิต ได้โปรดช่วยชีวิตลูกดิฉันด้วยเถิดค่ะ….

ได้แต่คิดแบบเบลอๆ…พูดไม่ออก พูดอะไรไม่ออกจริง ๆ

คุณแม่อย่ากังวลมากนะครับ…ผมทำดีที่สุดอยู่แล้ว

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับน้องด้วย…ถ้าเค้าเข้มแข็งเค้าก็จะผ่านมันไปได้

ถึงวันนี้…สามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า ลูกอากิของแม่  ช่างแข็งแกร่ง มากเหลือเกิน

หนูต่อสู้ตั้งแต่เกิด  อากิเก่งมากครับลูกรัก  ลูกฝ่าฟันกับสิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตมาแล้ว

ชีวิตที่เหลือแม่เชื่อมั่นใน อากิของแม่…ลูกจะผ่านกับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิตลูก  ไปได้เป็นอย่างดีครับ

จนถึงวันนี้อากิ เติบโตอย่างสมบูรณ์แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี ฉลาด อารมณ์ดีและเป็นเด็กมีความสุข

ดิฉันขอขอบพระคุณ คุณหมอปิยะ (ขอโทษด้วยนะคะที่จำนามสกุลคุณหมอไม่ได้) ศัลยแพทย์เด็ก จากรพ.รามาธิบดี ที่ช่วยทำการผ่าตัดให้น้องอากิในวันนั้น

คุณหมอสุเทพ วาณิชยกุล แพทย์หัวใจเด็ก จากรพ.รามาธิบดี ที่ช่วยรักษา ดูแลอากิ และช่วยบอกสาเหตุจริงๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกของเรา ดิฉันและสามียังคงระลึกถึงความกรุณา

ในวันที่คุณหมอทำการฉีดสีและเขียนอธิบายด้วยลายมือลงในกระดาษ ดิฉันยังเก็บกระดาษแผ่นนั้นไว้ค่ะ ที่มันช่วยไขปัญหาให้คลี่คลายลงได้ 

แต่บางสิ่งบางอย่างที่อธิบายยาก!! ก็คงจะไม่ต้องอธิบายค่ะ ดิฉันเข้าใจคุณหมอและคิดว่าคุณหมอก็คงเข้าใจเราสามคนพ่อแม่ลูกเช่นกัน 

ขอให้อานิสงฆ์ของการกระทำดีของคุณหมอทั้งสองท่าน  ส่งผลให้คุณหมอประสพความสำเร็จยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ (กมลมาลย์  ผลวุฒิ)

10 Responses to “เลี้ยงลูกในตู้…ตอนที่1 “หัวใจแม่แทบสลาย””

  1. mamy nongkim Says:

    มุ้ยจ๋าอ่านแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ แต่น้องอากิและคุณพ่อคุณแม่เก่งมากนะคะที่ผ่านพ้นมาได้ (แล้วเขียนอีกนะ)

    แม่น้องขิม

  2. แม่น้องพั้น Says:

    ซึ้งจังค่ะ เข้าใจดี ขนาดลูกของยาเองตอนเกิดมาครั้งแรกมีปํญหาเรื่องตัวเหลือง ต้องนอนส่องไฟแค่นั้นใจยังแทบขาด แล้วนี่ลูกน้อยต้องผ่าตัดถ้าเป็นยาก็ไม่รู้เป็นอย่างไร

  3. kamonmui Says:

    สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องพั้น

    ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม mywonderkid และกำลังใจที่ส่งมาให้นะคะ

  4. Natthanart Says:

    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ เพราะลูกชายสุดที่รักก็ต้องอยู่ในห้องดูแลพิเศษ ตั้ง 1 เดือนหลังคลอด จะอุ้มลูก จะกอดลูกก็ทำได้แค่จับ ๆ แตะ ๆ และนั่งร้องไห้ข้างตู้อบแทบทุกวัน แต่ตอนนี้น้องเมโมแข็งแรง และซุกซนดีค่ะ
    วันนี้ว่าจะพาไปตัดผมร้านที่น้องอากิแนะนำค่ะ
    แล้วจะเขียนมาคุยด้วยบ่อย ๆ นะคะ
    ชอบคุณแม่น้องอากิเลี้ยงลูกจัง

    แม่น้องเมโม

  5. kamonmui Says:

    สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องโมเม

    ยินดีมากๆ ค่ะสำหรับข้อความที่ส่งมาเล่าสู่กันฟัง
    พาน้องโมเม ไปตัดผมมาเป็นอย่างไรบ้างคะ?

    วันหลังแวะมาคุยกันอีกนะคะ (ยิ้ม)

    แม่อากิ

  6. Natthanart Says:

    สวัสดีค่ะ แม่น้องอากิ
    น้องเมโมไปตัดผมมาแล้วค่ะ แต่ไม่ได้ไปร้านที่น้องอากิแนะนำนะคะ เพราะโทร.ไปที่ร้าน ไม่มีคนรับสาย สงสัยวันนั้นร้านจะปิด ก็เลยไปตัดที่ร้านที่ซีคอนสแควร์ ไม่ไหวเลยค่ะ น้องเมโมตัดผมครั้งแรก ร้องไห้ลั่นร้านเลย ร้องจนตัวแดงไปหมด จนคุณแม่สงสารเกือบหมดความอดทนซะแล้ว ช่างที่นี่เค้าไม่ใจเย็นเลยค่ะ เค้าดูไม่ค่อยอดทนกับเด็ก ๆ งอแงอย่างน้องเมโม (ซึ่งปกติน้องเมโมจะเป็นเด็กอารมณ์ดี ไม่งอแง แต่ตัดผมครั้งแรกเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่) ไว้คราวหน้าจะลองไปตัดร้านที่น้องอากิตัดประจำดู เผื่อน้องเมโมจะไม่อาละวาดอย่างครั้งนี้อีก
    ว่าแต่ว่า ร้านที่น้องอากิตัดเนี้ย อยู่ตรงไหนของซอยทองหล่อคะ
    แล้วทำอย่างไรจะไม่ให้น้องร้องไห้งอแงเวลาตัดผมคะ

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    แม่น้องเมโม

  7. kamonmui Says:

    สวัสดีค่ะ คุณแม่น้องโมเม

    ร้าน Kid Salon อยู่อาคาร 55 พลาซ่า ชั้น 3 ค่ะ ทองหล่อซอย 2 อยู่ตึกเดียวกับร้านสีฟ้าค่ะ อ้อ! ลืมบอกไปว่าร้านจะหยุดวันจันทร์นะคะ ควรโทรไปจองก่อนนะคะ เจ้าของร้านตัดเองค่ะ เป็นผู้หญิงใจดีค่ะ

    ส่วนเรื่องร้องไห้น่ะ ปกติค่ะ ตอนแรกดิฉันก็สงสารลูกมากเลย อากิร้องไห้ ร้านเกือบแตก เคยไปตัดที่เซ็นทรัลครั้งนึง
    ช่างเค้าดูดุๆ น้องอากิร้องไห้จนเกือบอาเจียนซึ่งปกติอากิไม่เคยร้องแบบนั้นเลย เค้าจะอารมณ์ดีเหมือนกับน้องโมเมน่ะค่ะ
    ตัดไปซัก 3-4 ครั้ง ก็ดีขึ้นค่ะ
    ครั้งหลังนี่ ร้องไห้ตอนจบนิดนึง 555

    และแวะมาคุยกันอีกนะคะ

  8. Natthanart Says:

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ
    ไว้คราวหน้าจะลองพาน้องเมโมไปตัดร้านที่น้องอากิแนะนำดู เผื่อจะทำให้บรรยากาศดีขึ้น
    อ้อ..แม่น้องเมโมมีปัญหามาปรึกษาคุณแม่น้องอากิค่ะ
    คือตอนนี้น้องเมโมไม่รู้ว่าเป็นอะไร ไม่ค่อยยอมทานข้าวเลยค่ะ ทั้ง ๆ ที่แต่ก่อนเป็นเด็กทานง่าย ป้อนหาย ป้อนหาย แต่ตอนนี้เค้าจะปฏิเสธข้าวตลอดเลย ป้อนให้ก็ส่ายหน้า เอามือปัด ไม่ยอมทานท่าเดียว ถ้าใส่ปากไปได้ก็จะไอให้อ้วกออกมา คุณแม่เครียดมาก ๆ เลยค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี ลองเปลี่ยนอาหารก็แล้ว ให้เค้าลองตักกินเองก็แล้ว ลองเล่นไปด้วย ดูวีดีโอเรื่องโปรดไปกินไป หรือไปกินข้าวนอกบ้าน กินข้าวร่วมโต๊ะกับพ่อแม่ก็ยังไม่ได้ผลอีก คุณแม่กลุ้มใจจริง ๆ ค่ะ กลัวเค้าจะผอมและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะเค้าจะค่อนข้างดื้อรั้น เอาชนะ ขนาดลงโทษเค้าทำเป็นไม่สนใจ ให้เค้านั่งที่โต๊ะกินข้าวคนเดียว เค้าก็ทนอยู่ได้เป็นชั่วโมง และไม่ร้องขอนมด้วย กลัวเค้าจะไม่สบายไปน่ะค่ะ ทำอย่างไรดีล่ะคะ รบกวนคุณแม่น้องอากิแนะนำหน่อยซิค่ะ

    ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

    แม่น้องเมโม

  9. Natthanart Says:

    สวัสดีค่ะ แม่น้องอากิ

    น้องเมโมไปตัดผมที่ร้าน Kid Salon ที่น้องอากิแนะนำมาแล้วนะคะ
    ประทับใจมากเลยค่ะ ช่างน่ารัก และใจเย็นมาก ๆ เลย
    ร้านก็สะอาดสะอ้านดี บรรยากาศก็ดี
    ตัดผมคราวนี้น้องเมโมไม่ร้องไห้เลยสักแอะเดียว
    เก่งมั้ยล่ะครับ…..
    น้องเมโมดูพี่บาร์นี่ไป ดูตัวเองในกระจกไปเพลิน ๆ
    แป๊บเดียวก็ตัดเสร็จ ไม่เสียน้ำตาเลยสักหยดเดียว
    ดึจริง ๆ เลย คุณแม่น่ะเตรียมตัวเตรียมใจกลัวว่า น้องเมโมจะร้องไห้ร้านแตกอีก
    แต่ผิดคาดแฮะ…สงสัยจะต้องมาเป็นลูกค้าประจำที่ร้านนี้ซะแล้ว

    ขอบคุณคุณแม่น้องอากิมาก ๆ เลยนะคะที่แนะนำร้านดี ๆ ให้

    แม่น้องเมโม

  10. แม่น้องฮาร์ท Says:

    อ่านแล้วซึ้งมากเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นตัวน้องอากิเอง หรือ ตัวคุณพ่อ-คุณแม่ ที่ต้องต่อสู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นกำลังใจให้ค่ะ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


%d bloggers like this: